หนูไม่ได้เป็นแค่สัตว์รบกวนที่ส่งเสียงบนฝ้า แต่เป็นพาหะนำโรคสำคัญและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การรู้จักอันตรายจากหนูจะช่วยให้ป้องกันได้ทันท่วงที
อันตรายจากหนู
- โรคเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) เชื้อปนอยู่ในปัสสาวะหนู เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุเมื่อสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อน พบบ่อยในช่วงฤดูฝนและน้ำท่วม
- เชื้อซัลโมเนลลา ปนเปื้อนอาหารจากมูลและปัสสาวะหนู
- กัดแทะสายไฟ เสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้
- ทำลายอาหารและสินค้า ในบ้าน ร้านอาหาร และโกดัง
สัญญาณว่ามีหนู
- มูลหนูตามมุมห้อง ชั้นวาง หรือบนฝ้า
- รอยกัดแทะที่ถุงอาหาร สายไฟ หรือประตูไม้
- คราบมันสีดำตามแนวผนัง
- เสียงวิ่งบนฝ้าตอนกลางคืน
- กลิ่นอับคล้ายปัสสาวะ
ป้องกันตัวเองจากโรคฉี่หนู
- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือโคลน หากจำเป็นให้สวมรองเท้าบูท
- สวมถุงมือเมื่อทำความสะอาดบริเวณที่มีมูลหนู
- ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อให้ชุ่มก่อนเก็บกวาด ไม่กวาดมูลแห้งจนฟุ้ง
- ล้างมือและทำความสะอาดแผลทันที
- หากมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หลังสัมผัสน้ำท่วมขัง ควรรีบพบแพทย์
กำจัดหนูอย่างเป็นระบบ
การกำจัดหนูที่ได้ผลต้องทำหลายวิธีร่วมกัน ทั้งปิดช่องทางเข้า จัดการแหล่งอาหาร ใช้กับดักในอาคาร และกล่องเหยื่อแบบล็อกได้นอกอาคาร (อ่านหลักการกำจัดหนู)
อ่านเพิ่มเติม: บริการกำจัดหนู · บริการกำจัดสัตว์พาหะ
คำถามที่พบบ่อย
โรคฉี่หนูติดต่อทางไหน
ติดต่อเมื่อผิวหนังที่มีบาดแผลหรือเยื่อบุตา จมูก ปาก สัมผัสน้ำ ดิน หรือโคลนที่ปนเปื้อนปัสสาวะของหนูหรือสัตว์ที่มีเชื้อ
เจอมูลหนูในครัวต้องทำอย่างไร
สวมถุงมือ ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อให้ชุ่ม เช็ดเก็บใส่ถุงปิด แล้วทิ้ง จากนั้นทำความสะอาดพื้นผิวและล้างมือ และควรหาจุดที่หนูเข้ามา
ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ?
บริษัท เอเจ บักส์ โซลูชั่น จำกัด สำรวจหน้างานฟรี ให้บริการขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย เลย ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และสุโขทัย
สรุปสั้น ๆ: หนูเป็นพาหะของโรคฉี่หนูซึ่งพบบ่อยในภาคอีสาน ปนเปื้อนอาหาร และกัดแทะสายไฟจนเสี่ยงไฟไหม้ ควรป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงน้ำขัง สวมถุงมือเมื่อเก็บมูลหนู และกำจัดหนูอย่างเป็นระบบด้วยการปิดช่องทางเข้า กับดัก และกล่องเหยื่อ




